logo

คำถามเกี่ยวกับยา

โดย วันทนีย์ โลหะประกิตกุล

เรื่อง : เซอร์โทลิซูแมบ (Certolizumab)

ยาเซอร์โทลิซูแมบเป็นยาประเภท โมโนโคลนอล แอนตีบอดี (Monoclonal Antibodies) ทางคลินิกนำยานี้มาใช้บำบัดกลุ่มโรคภูมิคุ้มกันเล่นงานตนเอง (โรคออโตอิมมูน) เช่น โรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน โรคข้อรูมาตอยด์ และโรคโครห์น เป็นต้น

  • ผลต่อระบบภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกาย: เช่น ทำให้มีการติดเชื้อไวรัส (เช่น ไข้หวัดใหญ่ โรคเริม) ปอดบวม วัณโรค กรวยไตอักเสบ
  • ผลต่อระบบทางเดินปัสสาวะ: เช่น ทางเดินปัสสาวะอักเสบ/โรคติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ
  • ผลต่อระบบทางเดินหายใจ: เช่น เกิดการติดเชื้อ/โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจส่วนบน คออักเสบ ปอดบวม หลอดลมอักเสบ หอบหืด ไอ
  • ผลต่อระบบประสาท: เช่น ปวดศีรษะ วิงเวียน ตัวสั่น ความรู้สึกสัมผัสเพี้ยน ปลายเส้นประสาทอักเสบ เกิดลมชัก
  • ผลต่อระบบทางเดินอาหาร: เช่น ท้องเสีย คลื่นไส้ ปวดท้อง ตับอ่อนอักเสบ กระเพาะอาหารอักเสบ มีเลือดออกในทางเดินอาหาร อาหารไม่ย่อย
  • ผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด: เช่น ความดันโลหิตสูง เจ็บหน้าอก หัวใจเต้นผิดจังหวะ เลือดมีการแข็งตัวได้ง่ายกว่าปกติ ชีพจรเต้นผิดปกติ
  • ผลต่อผิวหนัง: เช่น มีผื่นคัน ผมร่วง มีแผลตามผิวหนัง ผิวแพ้แสงแดดง่าย
  • ผลต่อตับ: เช่น ตับโต ตับอักเสบ ค่าเอนไซม์การทำงานของตับในเลือดสูง
  • ผลต่อกล้ามเนื้อ: เช่น ปวดหลัง ปวดข้อ มีอาการกล้ามเนื้อหดเกร็งตัว
  • ผลต่อไต: เช่น ไตทำงานผิดปกติ/ไตอักเสบ
  • ผลต่อระบบต่อมไร้ท่อ: เช่น ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ ประจำเดือนผิดปกติในสตรี
  • ผลต่อตา: เช่น ม่านตาอักเสบ การมองเห็นภาพผิดปกติ เปลือกตา/หนังตาอักเสบ มีเลือดออกในจอตา
  • ผลต่อสภาวะทางจิตใจ: เช่น อารมณ์แปรปรวน มีความคิดอยากทำร้ายตนเอง วิตกกังวล มีภาวะอารมณ์สองขั้ว
  • ผลต่อระบบการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย: เช่น เสียสมดุลเกลือแร่ของร่างกาย น้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลง
  • ผลต่อการเกิดมะเร็ง: เช่น อาจเกิด มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งผิวหนัง หรือมีก้อนเนื้อในระบบทางเดินอาหาร
  • ห้ามใช้ยานี้กับผู้ที่อยู่ในภาวะติดเชื้อ
  • ห้ามใช้ยานี้กับสตรีมีครรภ์/ตั้งครรภ์ สตรีในภาวะให้นมบุตร และเด็ก นอกจากมีคำสั่งแพทย์
  • ระวังการเกิดโรคทางผิวหนังต่างๆ ขณะที่ได้รับยาเซอร์โทลิซูแมบ เช่น โรคหูด โรคเชื้อรา การเกิดแผลทางผิวหนัง ตลอดจนมีอาการเลือดซึมตามผิวหนัง
  • ระวังการใช้ยานี้กับผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพราะจะมีโอกาสติดเชื้อได้มากกว่าผู้ป่วยกลุ่มอื่น
  • ห้ามฉีดวัคซีนขณะได้รับยานี้ นอกจากการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน/ภูมิคุ้มกันต้านทานโรคที่ฉีดวัคซีนจะล้มเหลวแล้ว ยังอาจติดเชื้อจากวัคซีนดังกล่าวเสียเอง
  • สำหรับผู้ป่วยที่อาจมีโอกาสแพ้ยาเซอร์โทลิซูแมบ ให้สังเกตจากอาการ ผื่นคัน มีแผลพุพองเกิดขึ้น หรือเกิดผิวหนังลอก แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงวี๊ด หายใจขัด /หายใจลำบาก ใบหน้า-ช่องปาก-ริมฝีปาก-คอ-ลิ้นเกิดอาการบวม กรณีที่พบว่ามีอาการแพ้ยานี้ต้องรีบส่งตัวผู้ป่วยไปโรงพยาบาลทันที
  • เมื่อใช้ยานี้ต่อเนื่องเป็นเวลานานจะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง รวมถึงโรคมะเร็งชนิดอื่นๆ ทั้งนี้เป็นเพราะฤทธิ์ของยาเซอร์โทลิซูแมบที่ยับยั้งกระบวนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายนั่นเอง
  • ระวังอาการข้างเคียงที่จะรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ นอกเหนือจากการติดเชื้อต่างๆ เช่น เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โรคตับ ตลอดจนสภาพจิตใจที่อาจผิดปกติไป เช่น อยากทำร้ายตนเอง
  • การใช้ยาเซอร์โทลิซูแมบร่วมกับยา Methotrexate อาจทำให้มีการติดเชื้อต่างๆ ในระดับรุนแรง
  • ห้ามใช้ยาเซอร์โทลิซูแมบร่วมกับ วัคซีนบีซีจี (BCG) เพราะมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการติดเชื้อจากวัคซีนบีซีจี
  • ห้ามใช้ยาเซอร์โทลิซูแมบร่วมกับยา Clozapine, Leflunomide เพราะจะสร้างผลกระทบต่อการทำงานของไขกระดูก/ กดไขกระดูกจนทำให้ปริมาณเม็ดเลือดในร่างกายต่ำลง
  • ห้ามใช้ยาเซอร์โทลิซูแมบร่วมกับยา Tacrolimus, Zidovudine เพราะจะทำให้มีการติดเชื้อในระดับรุนแรง